วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ

   
         จิราพร.... เด็กหญิงลูกแม่ค้าขายผักในตลาด ย่านพัฒนาการ  ใครๆก็รู้จักฉันป็นอย่างดี ในนาม ว่า "จูน" ฉันถูกเลี้ยงดูแบบต้องช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เล็ก ต้องแต่งตัวไปเรียนเองตั้งแต่ ป.1 หาข้าวกินเองก่อนไปโรงเรียนทุกเช้า  เพราะถ้าหากจะคอยให้พ่อแม่มาดูแลเห็นทีจะไม่ได้ พ่อกับแม่ของฉันนั้นต้องตื่นและออกไปทำงานตั้งแต่ ตี 4 ทิ้งให้ฉันอยู่ในห้องเช่าเล็กๆในเมืองที่เจริญด้วยเทคโนโลยี บางวันฉันก็ออกไปตลาดด้วย ไปช่วยขนผักเล็กๆน้อยๆเท่าที่เด็กวัยประถมศึกษาจะถือได้ ชีวิตของเด็กคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่น่าพิศสมัยมากนัก ตอนเช้าต้องมาตลาดก่อนไปโรงเรียนทุกวัน พอตกเย็นเลิกโรงเรียนมาก็ต้องมาช่วยผู้แม่เก็บร้าน ช่วงชีวิตของฉันเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 จนถึงปัจจุบันนี้
       แต่ใครจะรู้กันเล่า ว่าการได้เกิดมาเป็นเด็กตลาดนั้น ได้กำไรชีวิตมากมาย การที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ในตลาดต้องบอกเลยว่าทำให้ฉันมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน และฉันก็ไม่เคยรู้สึกอายที่มีแม่เป็นแม่ค้า หรือว่าเป็นเด็กตลาด ฉันโชคดีมีเพื่อนในวัยเดียวกันที่อยู่ตลาดเหมือนกัน ฉันเปรียบเสมือนลูกพี่ของเด็กๆทุกคนในตลาด ที่ไปไหนต้องมีลูกน้องเดินตามเป็นขบวน ใครๆก็ให้ความเคารพฉันเสมอนิสัยฉันออกแนวชอบทำอะไรลุยๆ ซนเป็นม้าดีดกระโหลก บ้างก็ว่าฉันนั้น แก่นเซี้ยว เปรี้ยวซ่า ฉันเป็นคนไม่กลัวใคร เพราะการที่เราขายของนั้นเราต้องพบเจอกับผู้คนมากมายหลากหลายรูปแบบ ด้วยความที่พ่ออยากได้ลูกชาย และฉันซึ่งเป็นลูกสาวคนโตไม่ได้เป็นผู้ชายอย่างที่พ่อหวัง แต่พ่อก็อยากให้ลูกคนนี้นั้นมีความเข้มแข็ง อดทน และทำอะไรหลายๆอย่างได้ที่เป็นงานของผู้ชาย พ่อจึงอยากให้ฉันเป็นเสาหลักของบ้านเวลาที่พ่อไม่อยู่ จะได้มีคนดูแลแม่กับน้อง พอฉันเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ฉันต้องเดินทางไปโรงเรียนเอง ซึ่งบ้านฉันกับโรงเรียน ก็ไกลพอสมควร ดังนั้นสิ่งที่ฉันต้องทำก็คือการหัดขับรถ จักรยานยนต์  !! จากเด็กวัยประถมศึกษาเพิ่งจะเริ่มเข้า ม.1 การขับรถถือเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นที่แฝงไปด้วยความกลัวเป็นอย่างมาก   ถึงแม้จะเป็นเพียงการขี่มอเตอร์ไซต์ก็ตาม ฉัันใช้เวลา หัด อยู่ 1 สัปดาห์ โดยมีพี่ชายลูกลุงเป็นคนหัดให้ เมื่อคิดว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะขับได้แล้ว ก็ต้องมาสอบขับกับพ่อ ต้องให้พ่อเป็นผู้อนุญาติว่าสามารถขับในท้องถนนได้หรือยัง     วันที่ต้องสอบขับรถโดยที่ผู้ซ้อนคือพ่อผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการขับรถ  ฉันแทบอยากจะกระโดดลงจากรถ 2 ล้อ ฉันตื่นเต้นมาก สั่นไปหมด ฉันเป็นคนที่กลัวพ่อมาก กลัวว่าจะทำอะไรผิด กลัวว่าจะทำอะไรไม่ถูกใจพ่อ แต่แล้วฉันก็สอบผ่านเอาชนะความกลัวทั้งหมดมาได้ ฉันสามารถขี่มอเตอร์ไซต์ออกถนนใหญ่ได้ ฉันเป็นคนที่ชอบความเร็วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลาที่พ่อขับรถเร็วๆฉันรู้สึกสนุกทุกครั้ง ความหวาดเสียวบนท้องถนนกับตัวฉันมันกลายเป็นของคู่กันไปแล้วซิ่ ฉันขี่มอเตอร์ไซต์ไปโรงเรียนทุกวันตั้งแต่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จนเรียนจบชั้นปีที่ 6  และฉันก็ไม่เคยมีประวัติการขี่รถล้มเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันรู้สึกมีความสุขทุกครั้งเวลาได้บิดแหนรถไปข้างหน้า มุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่หวัง     บางไหนอารมณ์ดีฉันก็ขับรถไปแบบไม่เร่งรีบ แต่หากวันไหนฉันโกรธและกำลังนั่งคร่อม อยู่บนอานเจ้า 2 ล้อเครื่องละก็ ฉันก็ขับแบบไม่่คิดชีวิตเลยทีเดียว  จากระยะเวลาหลายปีที่ขี่รถมาก็มีพัฒนาการและทักษะในการขับมาเรื่อยๆจนสามารถเรียกว่าฉันเป็นคนที่ขับรถมอเตอร์ไซต์เก่งคนนึงเลยหล่ะ ฉันเคยฝันเล่นๆอยากจะเป็นนักแข่งรถสาวที่สวยและเซ็กซี่ แบบในหนังฮอลลีวูด ฮ่าๆๆ  ใครๆที่เจอฉันขับรถก็จะมาชมที่ร้านตลอด ขับรถเป็นด้วยเหรอเป็นผู้หญิงเก่งจังเลย สารพัด คำชมฯ ซึ่งนอกจากคำชม ก็มีบางคำถาม ว่าขับรถยนต์เป็นหรือยัง จะเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 แล้วนะ    เด็กในวัย 18 ปีบางคนขับรถยนต์เป็นแล้ว แล้วเราล่ะ อายุก็เท่าเขา ทำไมเราจึงขับไม่เป็น ทำให้ฉันกลับมาคิดว่าทำไมเราถึงไม่หัดขับรถยนต์  
         วันเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆมีคนมาคุยเรื่องรถกับฉันมากๆเข้ามากเข้า ฮอร์โมนในร่างกายฉัน ก็ทำให้ฉันก็อยากขับมากขึ้น   ฉันผู้ซึ่งไม่เคยขับรถยนต์มาก่อน ก็ขอให้ลุงสอนขับ ลุงตอบตกลง เท่านั้นแหละ ฉันกระโดดขึ้นฝั่งคนขับทันที  เท้าเหยียบคันเร่ง มือหนึ่งจับพวงมาลัย มือหนึ่งจับเกียร์โดยมีผู้เป็นลุงกุมมือใส่เกียร์ให้อีกที รถกระบะคันใหญ่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้าน ฉันขับมาได้ไกลพอสมควรทำตามเสียงที่ได้ยินที่ลุงจะคอยบอกตลอดเส้นทางที่รถแล่นผ่านมาเป็นทางตรง แต่พอถึงทางโค้งอยู่ๆรถก็ดับลง ฉันลองสตาร์ทใหม่อีกครั้ง รถก็กระตุกและดับลงอีก ฉันก็ไม่ย่อท้อลองพยายามอีกครั้ง และแล้วมันก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น รถที่ฉันกำลังขับพุ่งไปชนเสาไฟฟ้าอย่างแรงและกำลังจะดิ่งลงคลองเสียแล้ว แต่โชคช่วยรถหยุดความเร็วได้ก่อน   ฉันจึงไม่ตกคลอง หลังจากที่ตกใจอยู่สักพักฉันก็ได้สติ พยายามหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดี ฉันจึงโทรหาแม่ให้มาช่วยดูสถานการณ์ และแม่ก็ตัดสินใจที่จะบอกพ่อ ฉันกลัวมาก เพราะพ่อของฉันเป็นคนที่รักรถมาก พ่อขับรถมามากกว่า 40 ปี รถของพ่อไม่เคยเสียหาย หรือเป็นรอย แต่ฉันกลับทำให้รถคันโปรดของพ่อพังยับเยิน ฉันเป็นลูกที่แย่มาก เมื่อที่ประกันมาเคลียร์สถานการณ์และรถได้ถูกส่งเข้าศูนย์เป็นเวลานานถึง 3 เดือน หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พ่อโกรธฉัน พ่อไม่ค่อยคุยกับฉัน ฉันเองก็เข้าหน้าพ่อไม่ติด เพราะฉันยอมรับว่าฉันผิด น้ำใสๆ ไหลรินออกจากตาอาบแก้มฉันอยู่บ่อยครั้ง ฉันแอบร้องไห้ พยายามที่จะหาวิธีทำให้พ่อหายโกรธกับความผิดที่ลูกคนนี้ได้ทำลงไป แต่ฉันก็เลือกที่ใช้ให้เวลาเป็นเครื่องเหยียวยาจิตใจ เมื่อรถซ่อมเสร็จ พ่อก็ยังมีขุ่นเคืองฉันอยู่เล็กน้อย พ่อพูดบ่อยครั้งว่า รถเข้าศูนย์มายังไงมันก็ไม่เหมือนเดิม และตัวฉันเอง
ก็เสียใจทุกครั้งที่ได้ยิน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นับตั้งแต่วันนั้น 18/04/55 จนถึงวันนี้ ฉันยังไม่ได้ลองหัดขับรถยนต์อีกเลย ฉันก็ยังคงได้ขับแต่รถมอเตอร์ไซต์ดั่งเฉกเช่นเดิม

        ชีวิตในอนาคตของฉัน ฉันก็หวังว่าจะได้เรียนขับรถ และขับรถยนต์เป็นอย่างที่หวังไว้ ฉันจะเป็นคนหนึ่งที่ขับรถอย่างระมัดระวังและถูกกฎจราจร ที่ฉันอยากจะขับรถเป็นเพราะฉันจะได้สามารถดูแลแม่ดูแลน้องและดูแลตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชาย!!




นางสาว จิราพร โสตแก้ว 
รหัส 55113400266 ตอนเรียน E1






             





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น