ตึก ตึก ตึ๊ก....ทันทีที่อาจารย์ก้าวเข้ามาในห้อง จากเสียงที่ดึง อึกกระทึก ครึกโครม ก็เงียบสงัดลงทันที แต่เสียงในใจของดิฉันนี่ซิ่ค่ะ จะใจเต้นทำไม แอบกลัวอาจารย์เล็กน้อยว่าวันนี้อาจารย์จะสอนอะไร เนื้อหาจะยากไหม??
"ภาษา คืออะไร??" เอาแล้วซิ่ค่ะ คำถามแรกของอาจารย์ในชั่วโมงนี้ ที่นำเข้าสู่บทเรียน ดิฉันนั่งหน้าสุด ก็พยายามคิด ตอบมั่วบ้าง เดาบ้าง เพราะจริงๆๆภาษาก็คือสิ่งที่เราพูดกันอยู่ทุกวันแต่เราไม่เคยคิดเลยว่าจริงๆๆแล้วภาษาคืออะไร ภาษามาจากไหน ?
มีผู้ให้ความหมายของภาษาไว้มากมายหลายความหมาย ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า
ภาษา มาจากการใช้คำสันสฤต ที่ว่า ภาษ ( อ่านว่า พา-สะ )
โดยเติมสระ า ต่อท้ายเข้าไป ทำให้ได้คำว่า ภาษา
แปลว่า การพูดหรือการใช้ถ้อยคำในการสื่อสาร
โดยเติมสระ า ต่อท้ายเข้าไป ทำให้ได้คำว่า ภาษา
แปลว่า การพูดหรือการใช้ถ้อยคำในการสื่อสาร
นอกจากเราจะได้รู้ถึงความหมายของภาษาแล้ว ยังมีหัวข้ออื่นๆที่ได้เรียนในวันนี้ อาทิเช่น ประเภทของภาษา ,ลักษณะทั่วไปของภาษา และความแตกต่างระหว่างภาษาพูดและภาษาเขียน ดูแต่ละหัวข้อซิ่ค่ะ ดูเป็นเรื่องที่หนัก และเข้าใจยาก อาจารย์อาจารย์กลับสอนได้อย่างสนุกสนาน ทำให้เราอยากเรียน
อาจารย์มักจะมีกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นมาให้ทำในชั่วโมงเรียนเสมอ สัปดาห์นี้ก็เช่นกัน
กิจกรรมแรก อาจารย์ให้ถอดความ ขยายความ จากบทประพันธ์ แถมต้องทำแข่งกับเวลา กิจกรรมนี้แอบทำเครียดเล็กน้อย ถอดผิดถอดถูกบ้างงง อ๊ะๆๆๆ ถอดความนะคร้า ไม่ใช่ถอดอย่างอื่น อย่าคิดกันไปไกล 555
กิจกรรมต่อมา อาจารย์ให้ปริ้นใบงานมาจากบ้านค่ะ ถามว่ารู้เรื่องมาก่อนไหม ตอบเลยว่าไม่ ! เป็นโชคดีของจิราพรมากๆๆ ที่มีเพื่อนใจดีบอกให้รู้แจ้งก่อนเข้าห้องเรียน ทำให้ไปถ่ายเอกสารได้ทันท่วงที มีใบงานกับเขาในคาบเรียน (เกือบซวยแล้วไหมหล่ะ -_-")
โดยในใบงาน จะให้เราแก้ภาษาพูดให้เป็นภาษาเขียนอย่างถูกต้อง โดยอาจารย์จะกำหนดคำมาให้เรา เห็นคำตอนแรก โอ้โห มีตั้งเกือบ 50 คำ จะทำได้ไหมนี่ อ่านบางคำก็คิดว่ามันน่าจะถูก แต่แท้จริงเราเป็นยังไงมาดูกันคร้าา ขอยกตัวอย่างคำจากใบงาน เช่น
คำที่ใช้ในภาษาพูด คำที่ใช้ในภาษาเขียน
ครู = ผู้สอน
วัวควาย = โคกระบือ
เริ่ด = เลิศ
เดี้ยง = บาดเจ็บ
เจ๋ง = เยี่ยม
มีหลายคำมากกว่านี้ ที่เราคิดว่า มันถูกแล้ว แต่จริงๆในภาษาเขียนอาจจะไม่ได้ใช้อย่างที่เราเข้าใจก็เป็นได้ หลายคนอาจจะคิดว่าภาษาไทยยาก ดิฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ไหนจะคำ สันธาน คำกริยา คำวิเศษณ์ คำสรรพนาม เยอะแยะไปหมด
ความรู้ใหม่ที่ได้เรียนวันนี้ สำหรับดิฉันก็คงจะเป็นเรื่อง การแยกประเภทของภาษา
การสื่อสารด้วยวาจา หรือ วจนภาษา
การสื่อสารที่มิใช่วาจา หรือ อวจนภาษา
การสื่อสารด้วยจักษุสัมผัส หรือการมองเห็น
ทำให้เราได้รู้ว่าการสื่อสาร บางครั้งอาจจะไม่ได้มาจากการพูดหรือการเขียนเสมอไป
อาจารย์พยายามจะย้ำกับเราเสมอว่า ถึงแม้เดี๋ยวนี้จะมีคำแปลกๆใหม่ๆที่คนสมัยนี้มานำมาใช้กันมากมาย และหลายคนก็มองว่า เป็นภาษาวิบัติ แต่แท้จริงๆแล้วมันไม่ใช่ภาษาวิบัติ เพราะการนำคำใหม่ๆมาใช้นั้นก็เป็นเพียงแค่ชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปคำคำนั้นก็อาจจะเลือนหายไป....
บอกเลยว่าการเรียนในสัปด่าห์นี้มีทั้งความสนุกสนาน ตื่นเต้นและได้ความรู้ มากๆทำให้เราเรียนไปอย่างไม่ต้องคิดว่าเมื่อไหร่จะหมดเวลา ข้อเสนอแนะ ก็คงจะเป็นเรื่องอยากให้อาจารย์สอนลูกเล่นการเขียนบล็อคที่ดี การตกแต่งบล็อค และเทคนิคการเขียนที่จะเขียนยังไงให้น่าสนใจ ^^
ปล.เมื่อท่านอ่านมาถึงประโยคนี้ ก็ต้องบอกว่า ขอบคุณมากๆค่ะ ที่อ่านจนจบ อาจจะเขียนเยอะไปหน่อยนะคร้าา อย่าเพิ่งเบื่อกันน้าาา มาอ่านกันบ่อยๆนะค่ะ รักคนอ่าน อิอิ
นางสาว จิราพร โสตแก้ว
รหัส 55113400266 ตอนเรียน E1
คณะ ครุศาสตร์ สาขา การประถมศึกษา
วันที่บันทึก 12.พ.ย .56
ที่อาจารย์สอนเรามา ถูกต้องหมดเลย คำที่เราคิดว่าเป็นภาษาวิบัติบางทีก็ไม่ใช่ มันก็แค่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไปเท่านั้นเอง :))
ตอบลบได้ความรู้เกี่ยวกับภาษามากขึ้นเลย...ในการเรียนครั้งนี้สนุกด้วย
ตอบลบเรียนแต่ละอาทิตย์เหมือนได้รับความรู้เยอะจริงๆ
ตอบลบสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เรียน แต่เราต้องนำไปใช้ด้วยเนอะ